ไฟหมดเชื้อแล้วย่อมดับ = จิตสังขาร อวิชชา ดับ แต่นิพพานจิตไม่ได้ดับ



ดูทั้งหมด / กลับหน้าแรก

แชร์หน้านี้

ไฟหมดเชื้อแล้วย่อมดับ = จิตสังขาร+อวิชชา ดับ แต่นิพพานจิตไม่ได้ดับ ​[ดู 37 ครั้ง]

   บางท่านคิดว่า: จิตเสมือนไฟไหม้กระดาษ เมื่อเชิ้อหมดไฟย่อมดับ เมื่อดับย่อมไม่มีไฟให้เห็น  เลยคิดว่านิพพานสูญ   ตอบ   เข้าใจถูกแล้ว  แต่ก็เข้าใจผิดด้วย   เข้าใจถูกแล้ว  เพราะจิตนั้นคือจิต(สังขาร)ที่ดับไป   1.จิต(สังขาร)+กิเลสตัณหาและความคิดปรุงแต่งทั้งปวง = อนัตตา หรือสิ่งที่เป็นของสูญเมื่อหมดเชื้อกิเลส 2.จิต(สังขาร)+กิเลสตัณหาและความคิดปรุงแต่งทั้งปวง = ไฟ หรือสิ่งที่เป็นของสูญเมื่อหมดเชื้อกิเลส 3. อนัตตา = ไฟ เมื่อเชิ้อหมดไฟย่อมดับ เมื่อดับย่อมไม่มีไฟให้เห็น  คือ อนัตตา หายไป หรือสิ่งที่เป็นของสูญเมื่อหมดเชื้อกิเลส สลายไป 4. 0 = 0     แต่ก็เข้าใจผิดด้วย ตรงนิพพาน  เพราะจิตที่ดับไป  ไม่ใช่นิพพานจิต  นิพพานจิตเพียงแต่ว่าง  แต่ไม่สูญ   เพราะสิ่งที่สร้างจิตสังขาร+กิเลสตัณหาและความคิดปรุงแต่งทั้งปวง มันยังอยู่ คือ พระนิพพาน    อิตติวุตตก กัณฑ์ ที่ 1825/275 ว่าด้วยเรื่อง ธรรมชาติ ที่ไม่มีจุดเกิด ไม่ถูกปรุงแต่ง มีอยู่ - จากพระไตรปิฎก ฉบับ ประชาชน หน้า 55) ยืนยันว่า: นิพพาน หรือ อสังขตธาตุ เป็นผู้สร้างโลกและจักรวาล  หรืออ่าน 3 พระสูตรที่ยืนยัน: ธรรมธาตุ/นิพพาน/พระพุทธเจ้า เป็นผู้สร้างสร้างสิ่งทั้งปวง  http://www.kammatan.com/board/index.php?topic=821.0   ความเห็นของครูบาอาจารย์     1. หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต   นิพพานไม่สูญ  นิพพานเป็นแดนของวิสุทธิเทพคือผู้เป็นพระอรหันต์ ที่ละลายกายทิพย์หมดสิ้นแล้ว เหลืออยู่แต่จิตสุขใสเป็นดวงประกายพรึก พระอรหันต์สถิตย์อยู่ในแดนพระนิพพานนั้น..   ย้ำ!  นิพพานต้องละลายกายทิพย์(จิตสังขาร)หมดสิ้นแล้ว เหลืออยู่แต่จิตสุขใสเป็นดวงประกายพรึก พระอรหันต์สถิตย์อยู่ในแดนพระนิพพานนั้น..   2. หลวงปู่ดู่   แดนพระนิพพานจริงๆ ไม่มีอะไรเลยเป็นสภาพของความว่าง แต่ไม่ใช่สูญนะแก”   มีคำพูดของหลวงปู่ที่กล่าวถึงความว่าง หรือสูญญตาว่า เป็นสมบัติของจิตเรา หรือที่เรียกว่าจิตเดิมแท้ มีสภาพบริสุทธิ์อย่างยิ่ง ถ้าเราทำให้ปราศจากความปรุงแต่ง จึงจะถึงสภาวะนี้ได้......ท่านจึงพูดว่า “นิพพานจริงๆ แล้วเป็นความว่าง ไม่มีอะไรเลย”   ผู้เขียนจึงเรียนถามว่าแล้ว วิมานแก้วพระพุทธเจ้าที่เราขึ้นไปกราบกัน “ไม่ใช่หรือ” ท่านตอบว่า”ใช่” เป็นพุทธนิมิตเป็นเครื่องรองรับผู้ปฏิบัติ    ทำให้นึกถึงในประวัติของพระอาจารย์มั่น ตอนที่สำเร็จเป็นพระอรหันต์ มีพระพุทธเจ้าเสด็จมาแสดงนิมิตให้เห็นพระอาจารย์มั่นเกิดความสงสัย จนกระทั่งพระพุทธเจ้าท่านตรัสขึ้น “จนถึงบัดนี้เธอยังสงสัยอะไรอีกหรือ  ตถาคตมาในรูปธรรม ไม่ได้มาในนามธรรม”    นอกจากนี้พระพุทธเจ้ายังได้แสดงนิมิต ให้พระอาจารย์มั่นดู คือในสมาคม เณรน้อยอรหันต์มาถึงก่อนก็นั่งหัวแถว พระผู้ใหญ่,พระพุทธเจ้าเสด็จมาทีหลังก็นั่งตามลำดับมา ซึ่งพระอาจารย์มั่นก็เข้าใจว่า “ความบริสุทธิ์ของพระองค์เสมือน ไม่มีใครมากน้อยไปกว่ากัน 3. หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน    ดวงจิตนี้ไม่เคยสูญ แดนพระนิพพานมีจริง   หลวงปู่มั่นเล่าว่า พระพุทธเจ้าหลายพระองค์ เสด็จมาเยี่ยมท่าน   4. หลวงพ่อฤาษีลิงดำ   นิพานัง ปรนัง สูญญัง นั้น หมายถึงว่าสภาวะนิพพาน เป็นสภาวะที่สูญสิ้นจากกิเลส ความเลว ทั้งปวง……   นิพานัง ปรนัง สุขัง จึงเป็นผลตามมา คือว่า เมื่อไม่มีกิเลส และความเลวของจิต แล้ว (จิต)ย่อมมีแต่ความสุข และปราศจากความทุกข์ทั้งปวง   นี่เป็นเหตุผลว่า นิพพาน(จิต)นั้นเป็นสภาวะที่ไม่สูญสิ้นไป     อธิบาย   ตถาคตมาในรูปธรรม ก็ได้ คือเป็นพุทนิมิตหรือธรรมกายมาปรากฏ   ตถาคตมาในนามธรรม  ก็ได้  คือ เป็นจิตที่ติดต่อกับเราทางจิต  ไม่ต้องมีรูป หรือไม่ต้องมีพุทธนิมิตหรือธรรมกายมาปรากฏ





รับเลขเด็ดทาง sms ทุกงวด พิมพ์ L07 ส่งไปที่ 4888034



(เปิดดู 37 ครั้ง )

( บาร์บี้ )
วันที่9 เม.ย. 2559 เวลา 16:16



แสดงความคิดเห็น กดที่นี่

.

แสดงความคิดเห็น



อัพโหลดภาพ



ชื่อของท่าน :

เปลี่ยนรูปประจำตัว เปลี่ยนชื่อ กดที่นี่





ภาพแทนตัวคุณ


+ ประกาศ ห้ามแจกจ่ายไฟล์ละเมิดลิขสิทธิ์ เช่น เพลง ภาพยนต์ หรือซอฟแวร์เถื่อน ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือค่ะ +




คำที่มีการค้นหา :

กลับหน้าแรก เว็บบอร์ด