โอกาสรีเซ็ตชีวิตการเงิน! เปิดเงื่อนไขโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ช่วยลูกหนี้ NPL ปลดหนี้สูงสุด 1 แสนบาท เริ่มต้นใหม่ได้จริง

📤 แชร์ข่าวนี้

🕒 2026-01-05 17:42:30
โอกาสรีเซ็ตชีวิตการเงิน! เปิดเงื่อนไขโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ช่วยลูกหนี้ NPL ปลดหนี้สูงสุด 1 แสนบาท เริ่มต้นใหม่ได้จริง
#ปิดหนี้ไวไปต่อได้ #แก้หนี้เสีย #NPL #โครงการช่วยลูกหนี้ #หนี้ครัวเรือน #เริ่มต้นชีวิตการเงินใหม่ #ข่าวเศรษฐกิจ


รัฐบาลเดินหน้าแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการเปิดตัวโครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ซึ่งถูกมองว่าเป็นโอกาสสำคัญของลูกหนี้กลุ่ม NPL หรือหนี้เสีย ที่กำลังเผชิญภาระทางการเงินสะสม และขาดโอกาสกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจปกติ โดยโครงการนี้มุ่งช่วยลดภาระหนี้คงค้างสูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย เพื่อเปิดทางให้ประชาชนสามารถเริ่มต้นชีวิตทางการเงินใหม่ได้อีกครั้ง

สาระสำคัญของโครงการคือ การเปิดโอกาสให้ลูกหนี้ที่มีสถานะเป็น NPL กับสถาบันการเงินและผู้ให้บริการสินเชื่อที่เข้าร่วมโครงการ สามารถเจรจาปิดบัญชีหนี้ในวงเงินที่ลดลงจากยอดเดิม โดยรัฐทำหน้าที่สนับสนุนกลไกการเจรจาและกำหนดกรอบการช่วยเหลือ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทั้งต่อเจ้าหนี้และลูกหนี้

กลุ่มเป้าหมายหลัก คือ ประชาชนที่มีหนี้เสียจากสินเชื่อส่วนบุคคล บัตรเครดิต หรือสินเชื่อรายย่อยอื่น ๆ ซึ่งค้างชำระมาระยะหนึ่งและถูกจัดชั้นเป็นหนี้ด้อยคุณภาพแล้ว โดยผู้เข้าร่วมโครงการต้องแสดงความประสงค์เข้าร่วมและยินยอมปฏิบัติตามเงื่อนไข เช่น การชำระเงินตามข้อตกลงใหม่ภายในระยะเวลาที่กำหนด และไม่ก่อหนี้ใหม่ซ้ำซ้อนในช่วงเวลาที่เข้าร่วมโครงการ

จุดเด่นของโครงการนี้ คือ ไม่ได้มุ่งเพียง “ล้างหนี้” แต่ต้องการฟื้นฟูวินัยทางการเงินของลูกหนี้ในระยะยาว โดยหลังจากปิดบัญชีหนี้สำเร็จ ผู้เข้าร่วมจะมีโอกาสกลับเข้าสู่ระบบสินเชื่ออย่างค่อยเป็นค่อยไป เพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพ ทำธุรกิจ หรือใช้ชีวิตทางเศรษฐกิจได้ตามปกติ

นักวิเคราะห์มองว่า โครงการ “ปิดหนี้ไว ไปต่อได้” ถือเป็นมาตรการเชิงรุกที่ตอบโจทย์ปัญหาหนี้เสียในระดับรากฐาน เพราะช่วยลดแรงกดดันทั้งต่อครัวเรือนและระบบการเงินโดยรวม อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของโครงการจะขึ้นอยู่กับความร่วมมือของลูกหนี้ในการรักษาวินัยทางการเงินหลังจากได้รับโอกาสครั้งที่สอง หากดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง โครงการนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการแก้ปัญหาหนี้เสียของประเทศในระยะยาว

📤 แชร์ข่าวนี้


← กลับหน้ารายการข่าว