อนุทินยืนยันไม่ทิ้งแลนด์บริดจ์-ไม่เปิดด่านเขมร ชี้สร้างความมั่นคงให้กระบี่และประเทศชาติ

📤 แชร์ข่าวนี้

🕒 2026-01-14 19:38:29
อนุทินยืนยันไม่ทิ้งแลนด์บริดจ์-ไม่เปิดด่านเขมร ชี้สร้างความมั่นคงให้กระบี่และประเทศชาติ
#อนุทิน ชาญวีรกูล #แลนด์บริดจ์ กระบี่ #เปิดด่านชายแดน กัมพูชา #นโยบายภาครัฐ #เศรษฐกิจภาคใต้ #ความมั่นคงชายแดน #การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน #ภูมิใจไทย #การเมืองไทย #โลจิสติกส์ภาคใต้

ในช่วงเวลาที่การเมืองไทยยังคงมีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ออกมายืนยันท่าทีสำคัญเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ที่จังหวัดกระบี่ พร้อมทั้งยืนยันว่าจะไม่มีการเปิดด่านชายแดนกับประเทศกัมพูชาในเร็วๆ นี้ ซึ่งเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากประชาชนในพื้นที่และนักวิเคราะห์การเมืองอย่างกว้างขวาง

นายอนุทินได้กล่าวต่อสาธารณะชนว่า โครงการแลนด์บริดจ์ถือเป็นโครงการสำคัญที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพการขนส่งและการค้าในภูมิภาคภาคใต้ของประเทศไทย โดยเฉพาะจังหวัดกระบี่ ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและโลจิสติกส์อย่างสูง การพัฒนาระบบแลนด์บริดจ์จะช่วยเชื่อมต่อเส้นทางคมนาคมระหว่างจังหวัดต่างๆ และทำให้เศรษฐกิจท้องถิ่นเติบโตขึ้นอย่างยั่งยืน

ในขณะเดียวกัน นายอนุทินก็ได้ชี้แจงถึงประเด็นการเปิดด่านชายแดนกับกัมพูชาว่า ขณะนี้ยังไม่มีแผนหรือความจำเป็นที่จะเปิดด่านดังกล่าว เนื่องจากรัฐบาลต้องพิจารณาด้านความมั่นคง ความปลอดภัย และผลกระทบทางสังคมในพื้นที่อย่างรอบคอบ พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการรักษาผลประโยชน์ของประชาชนในพื้นที่เป็นหลัก

อนึ่ง ความชัดเจนของนายอนุทินในประเด็นนี้ สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในจังหวัดกระบี่ที่ยังคงกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากการเปิดด่านชายแดน ซึ่งอาจมีผลต่อความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยในพื้นที่ ขณะเดียวกัน การเดินหน้าพัฒนาแลนด์บริดจ์ยังช่วยเสริมสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดให้เติบโตอย่างมีเสถียรภาพ

วิเคราะห์ผลกระทบและแนวโน้มในอนาคต การยืนยันไม่เปิดด่านชายแดนกับกัมพูชาในขณะนี้ถือเป็นการรักษาความสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจและการรักษาความมั่นคงของพื้นที่ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในบริบทของสถานการณ์ความมั่นคงของประเทศ การพัฒนาแลนด์บริดจ์จะเป็นแรงส่งสำคัญที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภาคใต้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคการท่องเที่ยวและการขนส่งสินค้า

อย่างไรก็ตาม นายอนุทินและรัฐบาลจำเป็นต้องมีการบริหารจัดการและสื่อสารกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นในโครงการต่างๆ รวมถึงรับฟังความเห็นจากทุกฝ่ายอย่างรอบด้าน เพื่อให้เกิดความร่วมมือและลดความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ในภาพรวมแล้ว ท่าทีของนายอนุทินสะท้อนถึงความตั้งใจในการพัฒนาพื้นที่อย่างรอบคอบและมีวิสัยทัศน์ที่มุ่งเน้นความมั่นคงควบคู่ไปกับการเติบโตทางเศรษฐกิจ

📤 แชร์ข่าวนี้


← กลับหน้ารายการข่าว