รฟท. ประกาศเยียวยาผู้เสียชีวิตเหตุเครนถล่มรถไฟ รายละ 1.69 ล้านบาท พร้อมยกระดับมาตรการความปลอดภัยสูงสุด
📤 แชร์ข่าวนี้
🕒 2026-01-19 14:52:21
#รฟท. #เครนถล่ม #เยียวยาผู้เสียชีวิต #ความปลอดภัยรถไฟ #เหตุการณ์สีคิ้ว #มาตรการความปลอดภัย #การก่อสร้าง #ระบบขนส่งสาธารณะ #การบริหารความเสี่ยง #เทคโนโลยีตรวจจับความผิดปกติ #ผลกระทบเหตุการณ์ #การช่วยเหลือผู้ประสบภัย
เมื่อเร็วๆ นี้ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้แถลงเปิดตัวเลขเงินเยียวยาสำหรับผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์เครนถล่มทับขบวนรถไฟที่สีคิ้ว โดยกำหนดวงเงินเยียวยารายละ 1.69 ล้านบาท ซึ่งเป็นการชี้แจงอย่างเป็นทางการหลังจากเกิดเหตุการณ์สะเทือนใจที่สร้างความสูญเสียทั้งทางชีวิตและทรัพย์สิน นอกจากนี้ รฟท. ยังแสดงความเสียใจอย่างลึกซึ้งต่อครอบครัวผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมทั้งประกาศมาตรการเข้มงวดในการยกระดับความปลอดภัยขั้นสูงสุดในการดำเนินงานและก่อสร้างเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย
เหตุการณ์เครนถล่มดังกล่าวไม่เพียงแต่สร้างความสูญเสียทางชีวิต แต่ยังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่ใช้บริการรถไฟ รวมถึงความเชื่อมั่นต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการบริหารจัดการความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะ ภายหลังเหตุการณ์ รฟท. ได้สั่งรื้อถอนเครนและปิดศูนย์พิสูจน์อัตลักษณ์ชั่วคราวเพื่อดำเนินการตรวจสอบสภาพและความปลอดภัยอย่างละเอียด วางแผนแก้ไขปัญหาและป้องกันเหตุในอนาคตอย่างเป็นระบบ
ผลกระทบของเหตุการณ์นี้ขยายวงกว้างในหลายมิติ ทั้งทางด้านจิตใจของครอบครัวผู้สูญเสีย รวมถึงผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบโดยตรงและอ้อม รวมถึงภาพลักษณ์ของระบบขนส่งสาธารณะที่ต้องมีความโปร่งใสและมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ยังเป็นบทเรียนสำคัญให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องต้องเร่งเพิ่มมาตรการควบคุมและตรวจสอบความปลอดภัยของอุปกรณ์ก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐานอย่างเข้มงวด เพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างสูงสุด
ในเชิงแนวโน้ม รฟท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องเร่งพัฒนาระบบบริหารความปลอดภัยที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การติดตั้งเทคโนโลยีตรวจจับความผิดปกติของอุปกรณ์ก่อสร้าง การอบรมเจ้าหน้าที่และผู้ควบคุมงานให้มีความรู้และความสามารถในการจัดการความเสี่ยง รวมถึงการสร้างระบบแจ้งเตือนเหตุฉุกเฉินที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เหตุการณ์ในลักษณะนี้ไม่เกิดขึ้นอีกในอนาคต นอกจากนี้ การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเหมาะสมยังช่วยสร้างความไว้วางใจและความเชื่อมั่นในระบบขนส่งสาธารณะให้กลับคืนมาอย่างมั่นคง
📤 แชร์ข่าวนี้
← กลับหน้ารายการข่าว