วิธีการเขียนเรียงความ



ดูทั้งหมด / กลับหน้าแรก

แชร์หน้านี้

วิธีการเขียนเรียงความ ​[ดู 1054 ครั้ง]





แยกแยะความต่าง เรียงความกับบทความ
1. จุดมุ่งหมาย
เรียงความ : เป็นการเขียนขึ้นเพื่อแสดงความรู้หรือความเข้าใจในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเพียงอย่างเดียว
บทความ : เป็นการเขียนขึ้นเพื่อเสนอความคิดเห็นเป็นสำคัญ เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกำลังเป็นที่สนใจของคนทั่วไปในขณะนั้น
2. ภาษาและวิธีเขียน
เรียงความ :
๐ มีการแบ่งเป็น 3 ส่วนคือ คำนำ เนื้อเรื่อง สรุป
๐ ภาษาที่ใช้เน้นความถูกต้อง เคร่งครัดตามหลักเกณฑ์การใช้ภาษา มีท่วงทำนองการเขียนแบบเรียบๆ ไม่โลดโผน
การดำเนินเรื่องตรงไปตรงมาตามลำดับขั้นตอน
๐ เป็นงานเขียนสั้นๆ มีไม่กี่ย่อหน้า
บทความ :
๐ มีการแบ่งเป็น 3 ส่วนเช่นกันคือ คำนำ เนื้อเรื่อง และสรุป
๐ ภาษาที่ใช้ขึ้นอยู่กับประเภทของบทความ ไม่เคร่งครัดในหลักเกณฑ์การใช้ภาษา อาจใช้ภาษาไม่เป็นทางการหรือกึ่งทางการ
มีการใช้ภาษาร่วมสมัย สำนวนโวหารเร้าใจให้น่าติดตามอ่าน
๐ มีความยาวหลายย่อหน้า หรือหลายหน้า
3. เนื้อเรื่อง
เรียงความ :
๐ เขียนขึ้นจากจินตนาการ ความรู้ความเข้าใจ และความคิดส่วนตัวเป็นสำคัญ อาจไม่มีข้อมูลจริงมาอ้างอิง
๐ เนื้อเรื่องจบสมบูรณ์ในตอนเดียว จะหยิบยกเอาเรื่องที่เป็นรูปธรรมหรือนามธรรมมาเขียนก็ได้
๐ หัวข้อเรื่องเดียวกันของเรียงความ จะยกขึ้นมาเขียนเมื่อไรก็ได้ ไม่ถือว่าล้าสมัย
บทความ :
๐ เนื้อเรื่องจะประกอบด้วยข้อมูลจริงและความคิดเห็นหรือการวิจารณ์ข้อมูลของผู้เขียน
ข้อมูลที่นำมาเขียนจะต้องสามารถระบุแหล่งที่มาของข้อมูลได้
๐ เนื้อเรื่องไม่จำเป็นต้องจบสมบูรณ์ อาจเสนอเพียงประเด็น แล้วทิ้งท้ายให้ผู้อ่านคิดสรุปเอง
๐ เนื้อเรื่องของบทความต้องทันสมัย ทันต่อเหตุการณ์ อยู่ในความสนใจของผู้อ่านในขณะนั้น
เวลาผ่านไปแม้เพียงหนึ่งสัปดาห์หรือมากกว่า ก็อาจล้าสมัยไปแล้ว
4. แหล่งข้อมูล
เรียงความ : ไม่มีแหล่งที่มาของข้อมูล หรือมีแหล่งข้อมูลน้อย
บทความ : มีการเขียนอ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูลชัดเจน อาจเขียนในลักษณะของเชิงอรรถ รายการอ้างอิง หรือบรรณานุกรม
3 หัวใจสำคัญของเรียงความ เขียนให้ดี ปั้นให้โดน
1. คำนำ หรือบทนำ
เป็นส่วนเปิดเรื่อง เกริ่นนำให้รู้ว่าจะได้อ่านเรื่องอะไรต่อไป ควรมีสัดส่วนเนื้อหาประมาณ 5-10% ของเนื้อหาทั้งหมด
ลักษณะของคำนำหรือบทนำที่ดีคือ
๐ เร้าใจคนอ่าน ทำให้เกิดความรู้สึกอยากอ่าน ไม่เขียนเรียบง่าย ขาดชีวิตชีวา
๐ เนื้อหาสอดคล้องและตรงกับเนื้อเรื่อง
๐ เร้าใจคนอ่าน ทำให้เกิดความรู้สึกอยากอ่าน ไม่เขียนเรียบง่าย ขาดชีวิตชีวา
๐ เนื้อหาสอดคล้องและตรงกับเนื้อเรื่อง
๐ เปิดประเด็นเข้าเรื่อง ไม่วกวน ยืดยาวเกินไป
๐ ใช้ภาษาประณีต สละสลวย ชวนอ่าน
ตัวอย่างแนวทางการเขียนคำนำ
๐ เริ่มเรื่องอย่างตรงไปตรงมา กล่าวถึงสาระสำคัญของเรื่องทันที ไม่พรรณานาโวหาร
๐ พูดถึงความเป็นมาของเรื่องที่จะเขียนอย่างย่อๆ ก่อนนำเข้าสู่เนื้อเรื่อง
๐ เริ่มด้วยคำจำกัดความ หรือความหมายของคำ ที่เป็นกุญแจสำคัญไขเข้าสู่เรื่องราว
๐ เริ่มด้วยข้อความที่กระตุ้นความสนใจผู้อ่าน ให้รู้สึกอยากอ่านเรื่องต่อไป
๐ นำข่าวที่กำลังเป็นที่สนใจ หรือปัญหาเร่งด่วนของสังคมมากล่าว
๐ ขึ้นต้นด้วยคำถามหรือข้อความชวนให้คิด
๐ ยกคำพูด คำคม บทเพลง หรือสุภาษิตที่น่าสนใจ
2. เนื้อเรื่อง
เนื้อเรื่องคือส่วนที่เป็นเนื้อหาสาระสำคัญของเรียงความชิ้นนั้น จะมีสัดส่วนประมาณ 80-90% ของเนื้อหาทั้งหมด
เนื้อเรื่องจะเขียนกี่ย่อหน้าก็ได้ไม่จำกัด ในแต่ละย่อหน้าจะต้องต่อเนื่อง มีความสัมพันธ์กัน เนื้อหาต้องไม่สับสนวกวน
ลักษณะเนื้อเรื่องที่ดีต้อง
๐ เขียนตามโครงเรื่องที่วางไว้
๐ ลำดับใจความทีละตอน
๐ ขึ้นย่อหน้าใหม่เมื่อจบใจความแต่ละตอน
๐ เนื้อความในแต่ละย่อหน้าต้องเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กัน
๐ เนื้อเรื่องต้องมีสาระ ข้อเท็จจริง ให้รายละเอียดชัดเจน
3. บทสรุป
เป็นส่วนปิดเรื่องให้เกิดความประทับใจ คล้อยตามเนื้อหาเรื่องที่เขียนมาทั้งหมด ส่วนมากมีเพียงย่อหน้าเดียว
สัดส่วนประมาณเดียวกับคำนำ คือ 5-10%
บทสรุปที่ดีต้องกระชับ ได้ใจความ ไม่ออกนอกประเด็น หรือเปิดประเด็นใหม่
ตัวอย่างแนวทางการเขียนบทสรุป
๐ ให้คำตอบ
๐ ฝากข้อคิดให้ประทับใจ
๐ ย้ำแนวคิดสำคัญของเรื่อง
๐ ให้ผู้อ่านทำตามหรือเกิดความคิดเห็นคล้อยตามผู้เขียน
๐ ตั้งคำถามให้ผู้อ่านไปขบคิด
๐ สรุปด้วยคำคม สุภาษิต หรือบทร้อยกรอง
ข้อคิดทิ้งท้าย ก่อนพิชิตรางวัลการเขียนเรียงความ
1. อ่านหัวข้อที่กรรมการตั้งมาให้อย่างละเอียด แตกประเด็นให้ได้ว่าเขาต้องการให้เราเขียนอะไร วิเคราะห์ดูว่าเขียนอย่างไรจึงจะถูกใจกรรมการ แล้วเขียนโครงร่างเนื้อหาให้ชัดเจน เพื่อที่เวลาลงมือเขียนจริง จะได้ไม่หลงประเด็น
2. เขียนเรียงความตามจำนวนหน้าที่กำหนด ห้ามขาด ห้ามเกิน และต้องมีคำนำ เนื้อเรื่องและสรุป ครบถ้วนทั้งหมดในเรียงความ
3. บทสรุปคือหัวใจสำคัญที่จะชนะใจกรรมการหรือไม่ ต้องสรุปให้ตรงกับหัวข้อเรื่องและโดนใจที่สุด
4. ตรวจสอบคำสะกดถูกผิด ตัดคำเยิ่นเย้อ หรือประโยคที่วกวน เพื่อให้แน่ใจว่าเรียงความที่เขียนมามีเนื้อหาที่ตรงประเด็นกระชับได้ใจความ มีความน่าสนใจ และใช้ภาษาได้สละสลวยถูกต้อง





รับเลขเด็ดทาง sms ทุกงวด พิมพ์ L07 ส่งไปที่ 4888034



(เปิดดู 1054 ครั้ง )

( tantan )
วันที่12 มิ.ย. 2559 เวลา 6:41



แสดงความคิดเห็น กดที่นี่

.

แสดงความคิดเห็น



อัพโหลดภาพ



ชื่อของท่าน :

เปลี่ยนรูปประจำตัว เปลี่ยนชื่อ กดที่นี่





ภาพแทนตัวคุณ


+ ประกาศ ห้ามแจกจ่ายไฟล์ละเมิดลิขสิทธิ์ เช่น เพลง ภาพยนต์ หรือซอฟแวร์เถื่อน ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือค่ะ +




คำที่มีการค้นหา :

กลับหน้าแรก เว็บบอร์ด