ทุเรียนเวียดนามรุกหนัก เขย่าบัลลังก์ทุเรียนไทยในตลาดจีน

📤 แชร์ข่าวนี้

🕒 2026-01-18 18:24:32
ทุเรียนเวียดนามรุกหนัก เขย่าบัลลังก์ทุเรียนไทยในตลาดจีน
#ทุเรียนไทย #ทุเรียนเวียดนาม #ตลาดจีน #ส่งออกทุเรียน #เศรษฐกิจการเกษตร #ผลไม้ส่งออก #การแข่งขันทางการค้า


ตลาดทุเรียนจีนกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อเวียดนามก้าวขึ้นมาเป็นคู่แข่งรายหลักของไทยอย่างเต็มตัว โดยในปี 2025 เวียดนามส่งออกทุเรียนไปจีนเกือบ 900,000 ตัน มูลค่าสูงถึงราว 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แม้ช่วงต้นปีจะเผชิญปัญหาสารปนเปื้อนจนถูกจีนเข้มงวดตรวจสอบ แต่เวียดนามสามารถแก้เกมได้อย่างรวดเร็ว ด้วยการยกระดับมาตรฐานโรงคัดบรรจุ ใช้ระบบ QR Code ตรวจสอบย้อนกลับตั้งแต่สวน โรงแพ็ก ไปจนถึงตู้คอนเทนเนอร์ สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้นำเข้าจีนได้ในเวลาอันสั้น

ความได้เปรียบสำคัญของเวียดนามคือโครงสร้างต้นทุน ทั้งแรงงานและโลจิสติกส์ที่ต่ำกว่าไทย รวมถึงระยะทางขนส่งที่สั้นกว่า ทำให้ทุเรียนเวียดนามมีราคาถูกกว่าและผ่านด่านจีนได้ง่าย ในช่วงที่เศรษฐกิจจีนชะลอตัว ผู้ค้าจีนจึงให้ความสำคัญกับ “ราคา + ความแน่นอนในการส่งมอบ” มากกว่าชื่อเสียงเพียงอย่างเดียว

ในทางกลับกัน ทุเรียนไทยกำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ราคามีแนวโน้มดิ่งลงต่อเนื่อง โดยคาดว่าปี 2026 ราคาเฉลี่ยอาจเหลือเพียงราว 90 บาทต่อกิโลกรัม ต่ำกว่า 100 บาทเป็นปีที่สองติดต่อกัน ปัจจัยหลักมาจากการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ไม่ใช่แค่เวียดนาม แต่รวมถึงฟิลิปปินส์ มาเลเซีย กัมพูชา และลาว ขณะเดียวกัน มาตรฐานนำเข้าของจีนที่เข้มขึ้น ทำให้ต้นทุนของเกษตรกรและผู้ส่งออกไทยสูงขึ้น อีกทั้งยังต้องรับความเสี่ยงจากสภาพอากาศเอลนีโญ ส่งผลให้เกิดปัญหาทุเรียนอ่อน สุกเกิน และคุณภาพไม่สม่ำเสมอ

แม้ทุเรียนไทยยังมีจุดแข็งด้าน “แบรนด์” และภาพลักษณ์คุณภาพระดับพรีเมียม แต่ในสนามแข่งขันระยะยาว รสชาติอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากไม่สามารถสู้ด้านราคา ระบบมาตรฐาน และความรวดเร็วในการปรับตัวได้เหมือนคู่แข่ง

ในมุมมองเชิงวิเคราะห์ วิกฤตทุเรียนไทยครั้งนี้อาจไม่ใช่ปัญหาระยะสั้น แต่เป็นสัญญาณของการ “เปลี่ยนดุลอำนาจ” ในตลาดผลไม้จีน หากไทยยังคงพึ่งพาชื่อเสียงเดิม โดยไม่เร่งปรับโครงสร้างตั้งแต่ระดับสวน ระบบคัดบรรจุ มาตรฐานส่งออก ไปจนถึงการทำตลาดเชิงแบรนด์อย่างจริงจัง ความเป็นผู้นำของทุเรียนไทยในตลาดจีนอาจค่อย ๆ เลือนหาย และเปิดทางให้ประเทศเพื่อนบ้านขึ้นมาครองตลาดแทนอย่างถาวร

📤 แชร์ข่าวนี้


← กลับหน้ารายการข่าว